2006/May/29

1. ความฝันและคนแปลกหน้า เบิกตัว1506น้ำเสียงดังกังวานและทรงอำนาจประกาศก้อง บุรุษในชุดสีเทาต่างกระวีกระวาดรับคำสั่งในทันที หมอกสีเทาบางเบาและกลิ่นหอมประหลาดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณเกรย์โซนจึงไม่สามารถแลเห็นใบหน้าของชายชราผู้ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังค์ได้ชัดเจน ไม่นานชายหนุ่มร่างสูงซึ่งถูกพันธะนาการด้วยไอหมอกจึงปรากฏกายขึ้น ณ ลานหินสีเงิน เขาแสดงความเคารพผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้าก่อนด้วยการโค้งคำนับ ก่อนจะยืนอย่างสงบ และรอ... 1506 จงฟังคำพิพากษา เสียงประกาศก้องดังขึ้นอีกครั้งจากผู้พิพากษา ชายหนุ่มผู้ถูกนำตัวมาแหงนหน้าขึ้นมองเซอร์เลโอนาทผู้ซึ่งตัดสินชะตาของเหล่าเกรย์ทุกตน 1506 เข้ามาอยู่ในพื้นที่สีเทาเมื่อเวลา1213 หลังจากนั้นถูกส่งตัวไปที่บ็อกซ์ 15017 เป็นเวลาตามผลกรรม จากการพิจารณาของภูตเกรย์ลงความเห็นว่าเจ้ามีความชั่วที่กระทำไว้ไม่มากพอที่จะส่งไปจองจำที่อาณาจักรสีดำ หากแต่ความดีของเจ้าก็ยังมีไม่เพียงพอที่จะส่งไปดินแดนสีขาวเช่นกัน ดังนั้นเจ้าต้องเข้ารับการปฏิบัติภารกิจปลดห่วง เพื่อตัดสินวิถีแห่งจิต สิ้นคำพิพากษากล่องสีเงินก็พลันปรากฏตรงหน้าชายหนุ่ม เขารับมันไว้ด้วยความชำนาญ สีหน้าบ่งบอกถึงความประหลาดใจ สิ่งของในกล่องคือที่สถิตของจิตเจ้า ข้างล่างจะมีคนที่ถูกเลือกเพื่อช่วยภารกิจนี้ เดี๋ยวครับท่าน ใครคือคนที่จะช่วยผม1506 เอ่ยถาม ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับ... บุคคลทั่วลานหินนับสิบคนเมื่อครู่ได้สลายตัวหายไปอย่างไร้ร่อง รอยเหลือเพียงชายหนุ่มยืนเคว้งท่ามกลางหมอกจางๆ ลมหนาวจากฝั่งตะวันออกพัดมาเยือนอย่างเงียบๆเมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม ฝนเปลี่ยนฤดูโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนมองดูท้องฟ้าจากหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง พลันรอยยิ้มได้กระจายอยู่บนใบหน้า สายฝนจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงสายรุ้งที่เส้นขอบฟ้าสีส้มอ่อน โชคดีจังเลยนะเธอพูดกับตัวเอง อิสซาเบลลา วัตสัน หญิงสาวรูปร่างบอบบางและรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า เธอมีผมสีน้ำตาลอ่อนรับกับนัยน์ตาสีเดียวกัน และแม้ว่าใบหน้าจะขาวนวลละเอียดแต่ยังคงฉายแววขี้โรคให้เห็นอยู่บ้าง ชีวิตใหม่ของเธอกำลังจะเริ่มขึ้นที่เกรซวิลเลจ... อีฟ ไอซ์ พ่อไปก่อนนะลูก น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นที่บานประตู นายวัตสันเริ่มงานใหม่ของเขาด้วยเวลาแปดนาฬิกาตรง ค่า ขับรถดีๆนะคะพ่อ ห้านาทีผ่านไปเมื่ออีฟพร้อมในชุดเสื้อโค้ชตัวยาว เธอจึงเริ่มกิจกรรมแรกของวันนี้ด้วยการปลุกน้องชายที่นอนหลับอยู่ในห้องถัดไป ไอซ์ อีฟเข้าไปได้รึเปล่า เมื่อรอจนแน่ใจว่าไม่มีการตอบรับกลับมา เธอจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง หลังบานประตูที่เชื่อมต่อระหว่างห้องของเธอคือห้องนอนขนาดแปดเสื่อ ภายในห้องมีลังจำนวนมากวางระเกะระกะไปทั่ว มีเพียงคอมพิวเตอร์และเตียงนอนที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากเจ้าของห้องที่บัดนี้นอน หลับเป็นตายอยู่ใต้ผ้าห่ม ไอซ์อีฟเรียก รู้ดีว่าน้ำเสียงนุ่มนวลของเธอนั้นไม่เป็นผล เพราะเขายังนอนนิ่ง...ถ้าใครไม่รู้อาจจะสงสัยได้ว่าน้องเธอยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า เราจะสายแล้วนะ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ อีฟเดินตรงไปยังหน้าต่างเพื่อเปิดผ้าม่านสีฟ้าอ่อน ตั้งใจจะใช้แสงแดดที่สาดเข้ามาช่วยปลุกน้องชาย แต่ผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิม และแล้วเธอก็คิดอะไรได้ โอ๊ย ปวดหัวจัง ! อีฟ! เสียงเรียกอย่างตกใจของอัลโทลนิโอ วัตสัน ขณะที่เขากระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วมาหาพี่สาวที่นั่งกุมหน้าอกอยู่ที่พื้น เป็นอะไร ยาล่ะ ตื่นแล้วสินะอีฟบอก พลางส่งรอยยิ้มสดใสให้เขา นิสัยไม่ดีเลย ตื่นตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมลุก ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ สนุกมากรึไงที่ปลุกคนไม่อยากจะตื่นไอซ์ว่า น้ำเสียงหงุดหงิด เขานั่งอยู่ที่พื้นในสภาพของคนเซ่อนอน ผมสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเธอชี้ไม่เป็นทรง ฮู้ดสีน้ำเงินตัวเดียวกับเมื่อวานยังไม่ถูกเปลี่ยน ไปอาบน้ำได้แล้ว วันนี้เรามีนัดไปสำรวจโรงเรียนใหม่ จำได้มั๊ย ไม่เอาน้องชายปฏิเสธ เขากลับไปนอนที่เตียงมีเพียงเสียงงึมงำดังมาจากใต้ผ้าห่ม เช้าเกินไป อีฟไปคนเดียวก็ได้เธอบอกเสียงเรียบ ไอซ์อยู่บ้านก็จัดห้องให้เรียบร้อยละกัน กับข้าวอยู่ในตู้เย็นจะทานก็อุ่นก่อน แล้วพ่อบอกว่าแม่บ้านคนใหม่จะมาที่บ้านตอนสามโมงเช้ายังไงไอซ์ตื่นให้ทัน อีกอย่าง... ปัง! เสียงปิดประตูห้องน้ำดัง ตามมาด้วยเสียงน้ำไหลจากฝักบัว เธอหัวเราะเบาๆ ใบหน้าแสดงความชอบใจ เพราะน้องชายมักจะใจอ่อนกับเธอเสมอ ครึ่งชั่วโมงต่อมาพี่น้องวัตสันจึงมายืนรอรถประจำทางอยู่ที่ป้ายรถเมล์ใกล้บ้าน แม้ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียนจะห่างกันแค่เพียงสิบกิโลเมตรแต่ถ้านั่งรถเมล์จะกินเวลาถึงสามสิบนาทีเนื่องจากเส้นทางวกวนไปมา เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตอนนี้อีฟยืนรอรถเมล์อยู่ ก็คือคนที่ยืนหลับตานิ่งอยู่ข้างกาย ขึ้นรถเมล์ ฉันจะไปนอนต่อ คำพูดที่เธอปฏิเสธไม่ลงเพราะสงสารที่เขาได้นอนไม่ถึงห้าชั่วโมง แม้ว่าต้นเหตุจะมาจากการนั่งเล่นเกมก็ตาม สิบนาทีต่อมารถเมล์สีน้ำเงินคันใหญ่ที่ด้านหน้ามีข้อความว่า ร.ร.ชายน์ฯติดอยู่ก็แล่นมาจอดที่ป้าย อีฟสะกิดน้องชายให้รู้สึกตัวก่อนเดินขึ้นรถ ภายในรถผู้โดยสารไม่แน่นมากนักทั้งคู่จึงหาที่ว่างทางด้านหลังนั่ง เมื่อรถออกจากป้ายเธอจึงหันมองนอกหน้าต่างอย่างสนใจ อย่ากวนนะไอซ์บอกสั้นๆก่อนจะทิ้งศีรษะลงบนไหล่พี่สาว เธอส่ายหน้าอย่างนึกขำกับคำขอ ที่นอกหน้าต่างดอกไม้ฤดูหนาวออกดอกชูช่อบานสะพรั่งเต็มสองข้างทางแม้จะไร้ซึ่งแสงแดด เนื่องจากดวงอาทิตย์ยังคงซุกตัวอยู่หลังปุยเมฆ บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเป็นสัญณาณเตือนว่าฝนอาจเทลงมาได้ทุกเมื่อ เมฆสีเทากระตุ้นความทรงจำบางอย่างของอีฟเป็นจังหวะเดียวกับที่ภาพหมอกสีเทาแวบเข้ามาในมโนจิต ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนหันหลังอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นั้น ร่างของเขาถูกบดบังด้วยไอหมอกสีเทา อีฟสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้นอีฟจึงถูกดึงออกจากห้วงความคิดเธอมองหาที่มาของเสียงเช่นเดียวกับหลายคนบนรถเมล์ เวลาผ่านไปราวสองนาทีเสียงดังจึงเงียบลงก่อนจะตามมาด้วยงึมงำของใครบางคน เออ ยังมีชีวิตอยู่...ออกมาจากบ้านแล้วอยู่บนรถ... เป็นคำรับโทรศัพท์ที่แปลกดีจัง... ใครบ้างคนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆเธอ ที่ฉันข้องใจมากคือทำไมนายไม่ปลุกฉันเองแทนที่จะโทรมา บ้านฉัน นี่มันไกลกันมากรึไงฮะ โอเค...ฉันจะไปถามเรนเองว่าความคิดใคร แล้วเจอกันที่ห้องเขาตัดบทสนทนาทันที ความเงียบเข้าครอบคลุมบนรถอีกครั้งมีเพียงเสียงของเครื่องยนต์ดังเป็นระยะ อีฟหยิบสมุดบันทึกเล่มบางของเธอออกมาพร้อมกับเริ่มต้นเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็นโดยมีน้องชายหลับสบายอยู่บนข้างๆ เมื่อรถเมล์จอดสนิทที่ปลายสายผู้โดยสารแต่ละคนจึงทยอยลงจากรถ ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักเรียนที่ใส่ชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้ม อีกครั้งที่อีฟต้องสะกิดน้องชายให้ตื่น ไอซ์ ฮือ อะไร ถึงโรงเรียนแล้วเธอบอก ลุกขึ้นยืนเนื่องจากเกรงใจคนขับรถที่มองกระจกหลังอยู่หลายครั้ง เป็นเหตุให้ศีรษะของไอซ์ร่วงลงมาที่เบาะ ไอซ์ ในที่สุดน้องชายของเธอจึงรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นยืน มองเธออย่างเย็นชาเล็กน้อยก่อนจะเดินลงรถไปโดยไม่พูดอะไร ขอโทษนะอีฟว่า ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจในความท่ามากของน้องชาย พลางสาวเท้าไปที่ประตูทางลง ขอโทษค่ะ/โทษที ร่างบางชนกับไหล่หนาๆของใครบางคนเข้าขณะจะเดินลงจากรถ แม้จะกล่าวคำขอโทษพร้อมกันแต่เธอก็ไม่ลืมโค้งให้อีกฝ่ายอย่างไม่จำเป็น โทษทีฉันไม่ได้มองทาง เป็นอะไรรึเปล่าเขากล่าว เมื่อเธอส่ายหัวตอบเขาจึงเดินลงรถไป อีฟมองตามชายหนุ่มคนนั้นอย่างสงสัย อาจเป็นความบังเอิญที่ด้านหลังของเขาดูคล้ายคลึงกับใครบางคนที่เธอเคยเห็น หนูจะลงรึเปล่าคนขับรถเมล์ตะโกนถาม หญิงสาวรีบเดินลงมาจากลงโดยที่สายตายังคงมองตามผู้ชายคนเมื่อครู่ ความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้ว่าเขาจะเดินไปจนสุดมุมถนนแล้วก็ตาม อีฟเดินตามไปโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งมือที่เรียวยาวคว้าเอวไว้ เดินใจลอยไปไหนไอซ์ถาม ขณะนี้เขาตื่นนอนเรียบร้อยแล้ว ฮือ อะไรจ๊ะ จะเข้าไปรึเปล่า โรงเรียนน่ะ ไป...ไปสิ เธอและน้องชายเดินเรื่อยไปตามกำแพงสูงสีแดงอิฐ มุ่งหน้าไปยังประตูโรงเรียนแห่งใหม่ แน่นอนว่าไอซ์ยังคงไม่ปล่อยมือจากเอวเธอ โตแล้วนะ... คำพูดที่คิดให้ตัวเองรับรู้เพียงคนเดียว ข้อสอบนี่มันกะฆ่ากันชัดๆชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าบ่น พลางเอามือขยี้ผมสีดำอย่างมีอารมณ์ ทำให้มันยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม ชั่วโมงเรียนที่สองผ่านไปพร้อมๆกับสีหน้าหมดหวังของนักเรียนม.5ห้อง C เจย์ ไทเลอร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีสีหน้าปั้นยากขณะเดินออกจากห้องเรียน นัยน์ตาสีฟ้าของเขามีรอยครุ่นคิดจากการทำข้อสอบเมื่อครู่ ไม่ใช่ทำไม่ได้...แต่เสียดายมากกว่าที่ทำไม่ทัน ถ้าข้อสอบมันง่ายก็ไม่ใช่มิสโจน่ะสิ นายมาสอบทันก็ดีแล้ว ทำไมนายไม่บอกเจย์ว่ามีสอบละโซลเรนเน่ร์ ปาร์กเกอร์บอกยิ้มๆ ดวงตากลมโตมองไปที่เพื่อนรักอีกคน ฉันลืม คำตอบสั้นๆจากปากโซลวาส ออเนฟ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ถ้าไม่ได้โตมาด้วยกันเจย์อาจคิดว่าหมอนี้กวนประสาทเป็นบ้า พวกเขาตรงไปยังลิฟต์นักเรียนฝั่งตะวันออกเพื่อเรียนวิชาต่อไปที่ตึกวิทยาศาสตร์ แข่งบาสพรุ่งนี้โชคดี อยากไปเชียร์อยู่หรอกแต่ไม่อยากไปเห็นนายวิ่งลิ้นห้อยในสนามสาวตาโตว่า กลั้วหัวเราะ นี่ ฉันไม่ใช่หมาเจย์แย้ง พรุ่งนี้จะมีนักเรียนใหม่ย้ายมาเรียน อาจารย์ฟรานซิสอยากให้เราอยู่แนะนำโรงเรียนให้เขารู้จัก คงจะโดดไปดูนายแข่งไม่ได้โซลแก้ต่าง นักเรียนใหม่?เขาถาม สีหน้าฉงน โรงเรียนไม่เคยรับเด็กใหม่ระหว่างเทอมนี่หว่า ไม่รู้สิ มาเถอะลิฟต์มาแล้วเรนชวน ประตูลิฟต์เปิดออก สาวตาโตเดินนำเข้าไปก่อนตามโซลและเจย์เป็นคนสุดท้าย ข้างในมีคนอยู่ก่อนแล้ว เจย์จำผู้หญิงผมสีน้ำตาลได้ทันที เธอคือคนที่ชนกับเขาบนรถเมล์เมื่อเช้า แต่กับผู้ชายอีกคน คุ้นหน้า...แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน เหมือนฝนจะตกเลยนะเรนเปรยขึ้น ขณะมองดูหน้าต่าง ตึง!! ไฟในลิฟต์ดับวูบลง ภายในตู้สี่เหลี่ยมมืดสนิท เกิดเสียงเครื่องจักรดังกระทบกันอย่างน่ากลัว เฮ้ย ตึง!! เกิดแสงสว่างภายขึ้นอีกครั้งพร้อมกับลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงเรื่อยๆ เจย์และโซลยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสี่เหลี่ยมในท่ามั่นคง แต่ทว่าเรน... ทำบ้าอะไรของนายเธอร้องบอกอย่างฉุนเฉียว สะบัดแขนของชายแปลกหน้าออก เธอถูกชายแปลกหน้าโอบไหล่เอาไว้ ฮ่าๆๆๆ ขอโทษ คิดว่าพี่สาว เจย์มองหน้าคนขอโทษอย่างประเมิน หมอนั้นไม่ได้มีทีท่าเสียใจซักนิด ตรงกันข้ามกลับมีสีหน้าเย็นชา ขอโทษด้วยคะน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลบอก ผู้หญิงที่ยืนข้างเขาก้มหัวให้เรนอย่างสุภาพ เรนพยักหน้าให้เธอ ท่าทางกราดเกรี้ยวดูอ่อนลง แต่ก็ไม่พ้นหันมาต่อว่าหน้าชายแปลกหน้า อย่าจำผิดบ่อยก็แล้วกัน ระวังปากจะมีสีไม่รู้ตัว โซลส่ายหัวพร้อมทั้งอมยิ้มอย่างมีความหมาย ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับสองกลุ่มในลิฟต์ที่แยกย้ายกันออกไป เจย์และเพื่อนมุ่งหน้าไปยังตึกดาราศาสตร์ซึ่งอยู่ทางซ้ายของตึกม.5 ไอ้บ้าเอ๊ย ขอโทษ ผมคิดว่าพี่สาว ฟังขึ้นซะที่ไหน เธอคงไม่คิดว่าเขาชอบเธอหรอกนะเรนเน่ร์เจย์แกล้งแซว เมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของเพื่อน หุบปากไปเลยเธอสวนทันควัน คนถูกว่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี มาทำอะไรกัน โรงเรียนไม่ใช่ที่เดินเล่นซักหน่อยเรนยังคงต่อว่าไม่หยุด วันนี้โรงเรียนมีประชุมวิชาการกับโรงเรียนอื่น พวกเขาอาจเดินหลงมาที่ตึกเราโซลออกความเห็น ก่อนจะร้องถามเพื่อนที่เดินแยกตัวออกมานายจะไปไหน เข้าไปที่ชมรม ว่าจะไปหาโค้ชหน่อย ฝากบอกมิสแคลอร์ทีว่าลูกศิษย์คนนี้กำลังจะไปปฏิบัติภารกิจเพื่อโรงเรียนเจย์บอก สีหน้ากวนอารมณ์ เขาชูกำปั้นให้เพื่อนทั้งสองคนเป็นสัญญาณของข่าวดีก่อนจะออกวิ่ง ในที่สุดสายฝนที่บอกลาไปเมื่อรุ่งสางได้กลับมาอีกครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ท้องฟ้าอับแสงคล้ายเวลาพลบค่ำทั้งที่เข็มนาฬิกาเพิ่งจะบอกเวลาเที่ยงวัน หลังจากที่แยกกับน้องชายเพียงครู่เดียวที่สนามหญ้า อีฟจึงรู้สึกเสีย ใจอย่างมาก เธอกำลังหลงทาง ไม่น่าเลยจริงๆ... สาเหตุมาจากโรงเรียนใหม่ที่แสนจะกว้างขวาง อาคารแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกันกว่าสองกิโลเมตร ซึ่งกว่าเธอจะได้ศาลาริมสระน้ำเป็นที่หลบฝนก็เล่นเอาตัวเนื้อเปียกชุ่มไปทั้งตัว แย่จัง แบตโทรศัพท์ก็หมดแล้วด้วย ไม่มีวี่แววของน้องชายให้เห็นแม้แต่เงา เมื่อทำอะไรไม่ได้มากอีฟจึงตัดสินใจนั่งรอ อากาศหนาวเย็นจนร่างกายของเธอสั่นสะท้าน โค้ชตัวหนาถูกพาดไว้ที่พนักพิงเพราะชุ่มน้ำ สายตาที่เลือนรางกวาดมองไปรอบๆศาลา เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง... ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่อีกฝากของศาลา ใบหน้าเขาแหงนมองไปบนท้องฟ้าเหมือนกับค้นหาอะไรบางอย่าง ที่น่าแปลกคือเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง ในกลางฤดูหนาว? ราวกับรับรู้ได้ว่ากำลังถูกมอง ชายหนุ่มเบือนหน้ามามองเธออย่างช้าๆ นัยน์ทั้งสองครู่จ้องมองกันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะลุกจากที่นั่งของตัวเองเดินตรงมาที่เธอ เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างมีมารยาทแม้ว่าจะตกใจกลัวอยู่ลึกๆ และโดยไม่คาดฝัน ชายหนุ่มแปลกหน้ากลับทำท่าทางประหลาดๆเมื่อเดินมาถึง คุณ...ทำอะไร...ค่ะเธอถาม เสียงตะกุกตะกัก คุณเห็นผมเหรอครับเขาว่า พลางโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ อะไรของเขา...เธอไม่ได้ตาปอดนะ เปล่าค่ะ ฉันมองไม่เห็นคุณหรอก อะไรนะครับ คือ...ฉันหมายถึง...ฉันมองเห็นคุณไม่ชัดน่ะคะ ฉันไม่ได้ใส่คอน เทร็กเลนส์เธออธิบาย ชายแปลกหน้าพยักหน้ารับคล้ายกับกำลังทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่ใบหน้าจะฉายแววแห่งความเป็นมิตร คุณเรียนที่นี่รึเปล่าครับ ค่ะ...ใช่ค่ะ จริงเหรอครับ แล้วคุณ เอ่อ คุณพอจะคุ้นหน้า หรือว่ารู้จักผมมั๊ยครับเขาถาม น้ำเสียงไม่แน่ใจ คือ...ความจริงแล้วฉันเพิ่งจะย้ายมาที่เกรซวิลเลจ ยังไม่รู้จักใครที่นี่เลย คุณเรียนที่ชายน์รึเปล่าค่ะ ผม...เคยเรียนที่นี่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมกลับมาโรงเรียนหลังจากที่จากไปนานแสนนาน เขาเล่า พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นมาให้ เขากำลังเศร้า... อะไรบางอย่างบอกอีฟแบบนั้น แม้จะไม่รู้ว่าทำไม ฉันก็มาที่ชายน์ครั้งแรกเหมือนกัน ที่นี่สวยเหมือนกับไม่ใช่โรงเรียนเลยนะคะอีฟบอก พลางมองไปนอกศาลา โรงเรียนใหม่ของเธอตอนนี้งดงามราวกับภาพวาด ใช่ครับ อีฟ! เจ้าของชื่อหันตามเสียงเรียกทันที ท่ามกลางม่านน้ำฝน เธอมองเห็นร่างใครบางคนกำลังวิ่งตรงมาที่ศาลา ไอซ์เธอร้องอย่างดีใจ ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า น้ำเสียงร้อนรนที่คุ้นหูซึ่งน้องชายจะใช้เรียกทุกครั้งที่เธอหายไป ผมคงต้องไปก่อน ยินดีที่ได้พบกันครับชายหนุ่มบอกลาอย่างกะทันหัน ก่อนจะเดินจากไป เดี๋ยวคะ ฝนยังไม่หยุดเลยนะค่ะ ไม่มีเสียงตอบกลับมา ดูเหมือนร่างของชายหนุ่มหายถูกกลืนหายไปทันทีที่ต้องหยาดน้ำฝน
edit @ 2006/05/31 13:15:23